Golden Dreams TMS&Herb

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

การดื่มสุรา

การดื่มสุรา

         การดื่มสุราเป็นปริมากมากจะให้ผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคตับแข็ง มะเร็ง ความดันโลหิตสูง เลือดออกทางเดินอาหาร อุบัติเหตุ และยังมีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเองและผู้อื่น ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่บริโภคสุราติดเป็นอันดับ 5 ของโลกผู้ที่จำหน่ายก็รวยติดอันดับโลก การดื่มสุราเป็นปริมาณน้อยจะทำให้อัตราการตายจากโรคต่างๆลดลง

สุราให้เพียงแต่พลังงานแต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำมาก
คำแนะนำ
  • เนื่องจากสุราให้พลังงาน และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ดังนั้นคนที่ดื่มสุรามักจะขาดสารอาหารและมีน้ำหนักเกิน
  • การรับประทานสุราแต่พอควรโดยกำหนดให้ผู้หญิงดื่มไม่เกินวันละ 1 หน่วยสุรา ส่วนผู้ชายไม่เกิน 2 หน่วยสุรา
    • เบียร์ไม่เกิน 360 ซีซี
    • ไวน์ไม่เกิน 150 ซีซี
    • สุราอื่นไม่เกิน 45 ซีซี
  • คนบางจำพวกไม่ควรดื่มสุราได้แก่
    • ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณสุราที่จะดื่ม
    • หญิงวัยเจริญพันธุ์
    • คนตั้งครรภ์
    • ผู้ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง
    • ผู้ที่รับประทานยา
    • ผู้ที่ทำงานต้องใช้ทักษะหรือสมาธิ เช่นคนขับรถ
  • ผู้ที่มีวัยกลางคนเมื่อสุราตามที่กำหนดจะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจ และอัตราการเสียตำ่กว่าผู้ที่ไม่ดื่มสุรา
  • ผู้ที่ดื่มสุราต้องรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ไม่สูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักมิให้เกิน
  • วัยรุ่นไม่ได้รับประโยชน์จากการดื่มสุรา
  • ไม่แนะนำให้ดื่มสุราเพื่อเหตุผลทางสุขภาพ
ชนิดของสุรา
ปริมาณพลังงานใน 30 ซีซี(1 oz)
ปริมาณที่ดื่ม[ oz]
ปริมาณพลังงานที่ได้รับทั้งหมด
Beer (regular)
12
12
144
Beer (light)
9
12
108
White wine
20
5
100
Red wine
21
5
105
Sweet dessert wine
47
3
141
80 proof distilled spirits (gin, rum, vodka, whiskey)
64
1.5
96

การตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพด้วยตัวเอง

         ปัจจุบันสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรม การใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไปทั้งในแง่การใช้แรงงานทำงานมาใช้สมองนั่งโต๊ะทำงาน การใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบทำให้เกิดความเครียด ขาดการออกกำลังกาย ขาดการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ขาดความสนใจต่อสุขภาพตัวทำให้เกิดโรคต่างๆซึ่งเกิดจากการไม่ดูแลตัวเองให้ดีเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็งซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกัน หรือลดอุบัติการณ์ได้โดยการที่เราใส่ใจดูแลตัวเอง เพียงใช้เวลาวันละประมาณ 1 ชั่วโมงก็สามารถทำให้สุขภาพดีขึ้น
         คนไทยทุกวันนี้รักสุขภาพมากขึ้นจะเห็นได้จากกระแสการใช้สมุนไพร การนวด spa ชาเขียว อาหารเสริมต่างๆ การตรวจสุขภาพต่างๆ ทั้งที่อาจจะไม่มีรายงานว่าได้ผลจริงทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและเสียงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน
         ในความหมายของคนทั่วไปการตรวจสุขภาพคือไปพบแพทย์และตรวจตามโปรแกรมตามที่แพทย์หรือโรงพยาบาลเสนอ ในความเป็นจริงการตรวจสุขภาพตนเองควรจะเริ่มต้นโดยตัวเองสำรวจสุขภาพตนเองได้แก่


คำแนะนำให้ทำเป็นประจำ

การพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ

         แม้ว่าคุณจะดูแลสุขภาพของคุณอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ยังมีความจำเป็นสำหรับคนบางประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง สมควรที่จะได้พบกับแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและเจาะเลือด สภานพยาบาลหลายแห่งจึงจัดรายการตรวจสุขภาพ ทั้งการตรวจหาโรคหัวใจ การตรวจหาโรคมะเร็งซึ่งการตรวจบางอย่างเกินความจำเป็น

ควรจะตรวจสุขภาพตั้งแต่อายุเท่าใด

         ในความเป็นจริงเราเริ่มต้นตรวจสุขภาพตั้งแต่แรกเกิดเลย จะเห็นได้ว่าหลังจากคลอดคุณหมอจะนัดพาเด็กไปตรวจสุขภาพชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบศีรษะและฉีดวัคซีนป้องกันโรค แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่แข็งแรง ไม่มีโรคทางกรรมพันธุ์ในครอบครัวก็อาจจะจะเริ่มต้นตรวจเมื่ออายุ 35 ปี แต่หากคุณเป็นคนอ้วน มีประวัติเบาหวานในครอบครัว ประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจของญาติสายตรง ไขมันสูงในครอบครัวหรือเจ็บป่วยบ่อยก็อาจจะเริ่มต้นตรวจที่อายุน้อยกว่านี้บางประเทศ เช่นในอเมริกาแนะนำให้ตรวจไขมันในเลือดตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนเรื่องความถี่ก็ขึ้นกับสิ่งที่ตรวจพบหากพบว่ามีโรคหรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคก็อาจจะต้องตรวจถี่ หากไม่เสี่ยงก็อาจจะตรวจทุก 3-5 ปี

จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

         หากต้องการเจาะเลือดควรจะงดอาหารไปอย่างน้อย 8 ชั่วโมงหากต้องการตรวจไขมันในเลือดควรจะงดอาหาร 12 ชั่วโมง หากไม่ได้ตรวจไขมันหรือน้ำตาลก็ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร หลังจากเจาะเลือดก็ไปรับประทานอาหาร สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องทำตัวเหมือนปกติก่อนตรวจไม่ควรที่จะควบคุมตัวเองเป็นพิเศษเพื่อที่จะให้ผลตรวจออกมาดี ไม่ควรกังวลหรือดื่มสุรก่อนการตรวจ การอดอาหารหมายถึงอาหารทุกอย่างทั้งน้ำชา กาแฟ นมดื่มได้เฉพาะน้ำเท่านั้น ไม่ควรจะออกกำลังกายก่อนการเจาะเลือดเพราะมีผลต่อการตรวจเลือด

แพทย์เขาจะตรวจอะไรบ้าง

การตรวจร่างกายโดยทั่วไปจะเริ่มต้นซักประวัติ
  • สุขภาพโดยทั่วไป
  • ประวัติโรคในครอบครัวเพื่อค้นหาโรคทางพันธุกรรม
  • ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
  • ประวัติการใช้ยา
  • การตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย ตรวจร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สำหรับผู้หญิงก็แนะนำเรื่องการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง และการตรวจภาย
การเจาะเลือดเขาตรวจดูอะไรบ้าง

         โดยปกติก็จะมีการตรวจเลือด CBC,LFT,Lipid,Creatinin,Urine analysis,X-ray แต่หากคุณต้องการตรวจอย่างอื่นให้ปรึกษาแพทย์ ตารางที่แสดงข้างล่างจะแสดงชื่อโรค วิธีการตรวจ และข้อบ่งชี้ในการตรวจ
โรคที่อยากรู้
รายการตรวจ
ข้อบ่งชี้ในการตรวจ
การวัดความดันโลหิตความดันโลหิต
  • 18-35ปีให้วัดทุก 2 ปี
  • มากกว่า35ปีให้วัดทุกปี
การวัดสายตาวัดสายตา
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 40ปีให้ตรวจทุกปี
การตรวจเต้านม มะเร็งเต้านมการตรวจเต้านมโดยแพทย์
  • 20-40ปีให้ตรวจทุก 3 ปี
  • มากกว่า 40ปี ให้ตรวจทุกปี
การตรวจรังสีเต้านมMamography
  • ควรทำในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี
  • ญาติสายตรงที่เป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่
การตรวจทางทวารหนัก มะเร็งลำไส้ใหญ่การใช้นิ้วล้วงก้น
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปีให้ตรวจทุก 3 ปี
ภาวะโลหิตจางCBC
  • ตรวจสุขภาพทุกครั้ง
การตรวจแยกฮีโมโกลบินHemoglobin typing
  • ก่อนการแต่งงาน
การตรวจปัสสาวะการตรวจปัสสาวะ
  • ตรวจสุขภาพทุกครั้งทุกวัย
ตรวจพยาธิตรวจอุจาระ
  • ทุกวัยให้ตรวจทุก 3-5 ปี
โรคเบาหวาน
ระดับน้ำตาลในเลือด
ไขมันในเลือด
เจาะหาไขมัน
การทำงานของตับ
Liver function test
ไต
BUN Creatinin(Cr)
หัวใจ
  • ตรวจหาระดับน้ำตาล
  • ระดับน้ำตาลในเลือด
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • X-ray ปอดและหัวใจ
  • การตรวจโดยการวิ่งสายพาน
  • Cardiac enzyme
โรคเก๊าท์Uric acid
การตรวจความหนาแน่นกระดูกBone density
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย
  • มีญาติสายตรงเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ได้รับยาที่อาจจะเป็นโรคกระดูกพรุน เช่น steroid
ต่อมลูกหมากPSA
การตรวจภายในPVควรจะตรวจทุก 1 ปี
ต่อมไทรอยด์Thyroid function test
  • ควรจะตรวจในรายที่เคยผ่าตัดไทรอยด์ หรือได้รับไอโอดีนกัมมันตรังสี
โรคเอดส์เจาะเลือดตรวจเอดส์
การตรวจอัลตราซาวนด์ตับUltrasound
  • ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบบี
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ
การตรวจความดันตา โรคต้อหิน
การตรวจตาสำหรับประชาชน
  • ตรวจทุก 1 ปี
  • สำหรับผู้ที่มีโรคเสี่ยง เช่น ต้อหิน สายตาสั้นมาก เบาหวาน
  • เริ่มตรวจเมื่ออายุมากกว่า40 ปี

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตรวจสุขภาพ

         การตรวจสุขภาพของประชาชนโดยทั่วไปหมายถึงการเจาะเลือดเมื่อทราบผลว่าไม่เป็นโรคก็สบายใจ แต่ในความเป็นจริงหากเขาอยู่ในความเสี่ยงของการเกิดโรคเขาจะต้องป้องกันเพื่อมิให้โรคนั้นเป็นกับตัวเขา ดังตัวอย่าง คนที่มีพ่อหรือแม่เป็นเบาหวาน ดังนั้นเขาจะมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานเมื่อผลเลือดบอกไม่เป็นเบาหวานแทนที่เขาจะปรับฟฤติกรรมเพื่อป้องกันเบาหวาน แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่คุมน้ำหนักไม่ออกกำลังกาย หากดำรงชีวิตแบบเก่าสักวันหนึ่งเขาก็จะเป็นเบาหวาน
         หรือคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเอดส์เมื่อผลเลือดปกติก็ควรที่จะลดความเสี่ยงของการติดเชื้อแต่เขาก็ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ หรือคนที่ดื่มสุราเจาะเลือดเพื่อตรวจดูว่าเป็นโรคตับหรือยังเมื่อผลเลือดปกติ เขาก็ยังดื่มสุราอยู่ การตรวจสุขภาพดังกล่าวไม่น่าจะมีผลดีต่อผู้ป่วย

ออกกำลังเพื่อหัวใจแข็งแรง

ความฟิตคืออะไร Physical fittness

         หมายถึงประสิทธิภาพของ หัวใจ กล้ามเนื้อ ปอด ที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความฟิตไม่ได้หมายถึงว่าคุณสามารถวิ่งได้ระยะทางเท่าใด หรือยกน้ำหนักได้เท่าใด แต่ ความฟิตหมายถึงประสิทธิภาพของหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ ทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ โดยทั่วไปถ้าหากออกกำลังกายได้อย่างน้อยวันละ 30 นาทีโดยออกปานกลางสัปดาห์ละอย่างน้อย 5 วันถือว่าได้ออกกำลังแบบ aerobic exercise องค์ประกอบของฟิตเนสมีอยู่ 5 องค์ประกอบได้แก่

หัวใจและปอดแข็งแรง

Cardiorepiratory endurance หมายถึงความสามารถของหัวใจ ที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้อย่างเพียงพอ ในขณะที่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบ areobic จะเป็นการฝึกให้หัวใจแข็งแรง

กล้ามเนื้อแข็งแรง

Muscular strength ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งเราสามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยการยกน้ำหนัก หรือวิ่งขึ้นบันได

กล้ามเนื้อทนทานMuscular endurance

Muscular endurance ความทนของกล้ามเนื้อหมายถึงความสามารถของกล้ามเนื้อ ที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เกิดอาการเมื่อยล้า อ่านที่นี่

ร่างกายสมส่วน

สัดส่วนของร่างกาย หมายถึงสัดส่วนของกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน การออกกกำลังจะทำให้มีปริมาณกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณไขมันจะลดลง อาจจะดูได้จากดัชนีมวลกาย

ข้อมีความยืดหยุ่น

ความยืดหยุดของกล้ามเนื้อ เอ็น เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหรือข้อได้รับอุบัติเหตจากการออกกำลังกายอ่านและฟังที่นี่

ขั้นตอนในการออกกำลังกาย
  1. การอบอุ่นร่างกาย Warm up การอบอุ่นร่างกายเป็นการเตรียมหัวใจ หลอดเลือด และกล้ามเนื้อให้พร้อมสำหรับการออกกำลัง ทำประมาณ 5-10 นาที อ่านการอบอุ่นร่างกาย
  2. การเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อาจจะออกโดยการยกน้ำหนักเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อใหญ่ๆให้ออกครั้งละ 20 นาทีสัปดาห์ละ 2 วัน อ่านการออกกำลังให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
  3. Muscular Endurance เป็นการออกกำลังเพื่อให้กล้ามเนื้อ มีความทนทานที่จะออกกำลังหนักแบบต่อเนื่องโดยออกกำลังครั้งละ 30 นาทีสัปดาห์ละ 3 วัน ตัวอย่างเช่น การเพาะกาย การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง ต้นขา อ่านที่นี่
  4. aerobic exercise เป็นการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องโดยออกกำลังปานกลางครั้งละ 20 นาทีเช่น การวิ่ง การเดินเร็ว เพื่อให้หัวใจแข็งแรง อ่านการออกกำลังให้หัวใจแข็งแรง
  5. Flexibility ความยืดหยุดของกล้ามเนื้อ เอ็น โดยเฉพาะมัดที่ออกกำลังกาย เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหรือข้อได้รับอุบัติเหตจากการออกกำลังกาย อ่านและฟังที่นี่
  6. cool down ใช้เวลา 5-10 นาทีในการ cool down โดยการเดินเร็วๆร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อและหัวใจคลายตัว

สุขภาพ>>การออกกำลังกาย

         การมีสุขภาพที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยการมีพันธุกรรมที่ดี การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง การพักผ่อนที่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ แต่ปัจจุบันสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก ทำให้ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดี

การออกกำลังกายสามารถป้องกันโรคหัวใจได้หรือไม่

         จากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือการเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต เช่นการเดิน การเต้นรำ การทำสวน สามารถลดการเกิดโรคหัวใจได้ แต่ถ้าต้องการทำให้ปอดและหัวใจแข็งแรงต้องออกกำลังกายแบบ Aerobic นอกจากการออกกำลังกาย ท่านยังต้องลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง ด้วย
จะออกกำลังกายหนักแค่ไหน
  • ถ้าท่านต้องการออกกำลังกายเพื่อให้ปอด หัวใจแข็งแรง ท่านต้องออกกำลังกายให้ได้ร้อยละ 75 ของอัตราเต้นสูงสุด โดยออกอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ถ้าท่านต้องการลดน้ำหนักท่านจะต้องออกกำลังประมาณ 5 วัน
  • หากไม่มีพื้นที่ในการวิ่ง อาจจะใช้เครื่องมือบริหารกล้ามเนื้อช่วย เรียกว่าการออกกำลังที่ต้องใช้แรงต้าน Resistant training โดยใช้น้ำหนัก 3-4 กก บริหารกล้ามเนื้อ 8-10 กลุ่ม โดยบริหารกล้ามเนื้อให้หลายส่วน เช่นกล้ามเนื้อแขน ไหล่ หน้าอก ขา เป็นต้น แต่ละส่วนให้ออกกำลัง 10-15 ครั้งทำ 2 วันต่อสัปดาห์
  • หากท่านต้องการออกกำลังแบบ AEROBIC โดยการวิ่ง หรือขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ โดยต้องมีความหนักของการออกกำลังกายปานกลาง โดยท่านต้องคำนวนหาอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย แล้วพยายามออกกำลังเพื่อให้หัวใจเต้นอยู่ในเกณฑ์เป็นเวลา 30 นาที ออกกำลังอย่างน้อย 30 นาทีอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือท่านจะเลือกประเภทกีฬาที่แบ่งเป็นแบบเบาจนหนัก

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย

          ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี มีความฟิต การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง
         การออกกำลังกายไม่ได้หมายถึงการต้องไปแข่งขันกีฬากับผู้อื่น แต่การออกกำลังกายเป็นการแข่งขันกับตัวเอง
หลายคนก่อนจะออกกำลังกายมักจะอ้างเหตุผลของการไม่ออกกำลังกาย เช่น ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ปัญหาเกี่ยวกับอากาศ ทั้งหมดเป็นข้ออ้างที่จะไม่ออกกำลังกาย แต่ลืมไปว่าการออกกำลังกาย อาจจะให้ผลดีมากกว่าสิ่งที่เขาเสียไป
         เป็นที่น่าดีใจว่าการออกกำลังให้สุขภาพดีไม่ต้องใช้เวลามากมาย เพียงแค่วันละครึ่งชั่วโมงก็พอ และก็ไม่ต้องใช้พื้นที่หรือเครื่องมืออะไร มีเพียงพื้นที่ในการเดินก็พอแล้ว การออกกำลังจะทำให้รูปร่างดูดี กล้ามเนื้อแข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคอ้วน การออกกำลังกายทำให้ร่างกายสดชื่น มีพลังที่จะทำงานและต่อสู้กับชีวิต นอกจากนั้นยังสามารถลดความเครียดได้ด้วย

ฟิตเนส Physical Fitness

ร่างกายจะมีความฟิตจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ ห้าองค์ประกอบ อ่านที่นี่

เริ่มต้นออกกำลัง

การเริ่มต้นการออกกำลังจะเป็นสิ่งที่ยาก แต่เมื่อออกจนเป็นนิสัยจะก่อให้เกิดผลดีในระยะยาว อ่านที่นี่

ประโยชน์ของการออกกำลัง

ประโยชฯ์ของการออกกำลังกายคือสุขชกายและสุขใจ อ่านประโยชน์การออกกำลังกายที่นี่

ความปลอดภัยในการออกกำลังกาย

ความปลอดภัยในการออกกำลัง ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การประเมินสุขภาพตัวเอง การเลือกวิธีการออกกำลัง การเลือกอุปกรณ์การออกกำลัง และ ขั้นตอนออกกำลังกายที่ถูกต้อง อ่านความปลอดภัยในการออกกำลังที่นี่

การออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายประจำและต่อเนื่องจะทำให้สุขภาพดี อ่านที่นี่

เมื่อไรจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลัง

ท่านที่อายุ45 ปีที่ไม่เคยออกกำลัง เป็นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันสูงหรือเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย อ่านที่นี่

ทำไมต้องออกกำลัง

การออกกำลังจะทำให้สุขภาพกาย สุขภาพจิตดี และยังป้องกันโรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคซึมเศร้า อ่านที่นี่

การออกกำลังกายมากไป

การออกกำลังกายพอเหมาะจะทำให้สุขภาพดี การออกกำลังมากไปอาจจะอันตรายต่อสุขภาพ อ่านที่นี่

ระยะเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม

ระยะเวลาการออกกำลังกาย จะขึ้นกับความหนักของการออกกำลังกาย หากออกแบบเบาๆจะต้องออกกำลังกายนานกว่า ผู้ที่ออกกำลังกายแบบหนักอ่านที่นี่

การประเมินความหนักของการออกกำลัง

ความหนักของการออกกำลังกายจะแบ่งเป็นสามระดับ ตามการเต้นของหัวใจ เป้าหมายต้องออกกำลังให้หัวใจเต้นประมาณ80 % ของหัวใจเป้าหมายอ่านที่นี่

วิธีการออกกำลังกาย

การเลือกการออกกำลังจะต้องคำนึงถึงอายุ เพศ โรคประจำตัว สุขภาพโดยทั่วไป และเป้าหมายการออกกำลังขั้นตอนในการออกกำลังกาย อ่านที่นี่

การป้องกันการบาดเจ็บ

การบาดเจ็บจากการออกกำลังจะหมายถึงการเกิดโรค การบาดเจ็บของข้อ กล้ามเนื้อ อ่านที่นี่

อัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย

Icon
การออกกำลังกายจะบอกว่าออกมากออกน้อย เราจะนับการเต้นของหัวใจว่าเต้นได้ถึงเป้าหมายหรือไม่ อ่านที่นี่

ลมแดด

โรคลมแดดเป็นกลุ่มอาการที่ร่างกาย ไม่สามารถจัดการกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้มีอาการหน้ามืดเป็นลม หากรักษาไม่ทันอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตอ่านที่นี่

ตะคริว

อาการตะคริวเกิดจากการที่กล้ามเนื้อมีการหดตัว อย่างต่อเนื่องทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ สาเหตุอาจจะเกิดจาก กล้ามเนื้อทำงานอย่างต่อเนื่อง และอาจจะเกิดจากการเสียสมดุลของเกลือแร่ อ่านที่นี่

โรคที่มากับคนที่ไม่ออกกำลังกาย

ขณะป่วยควรออกกำลังกายหรือไม่

         ขณะเจ็บป่วยไม่ควรจะออกกำลังกายเพราะจะทำให้โรคเป็นมากขึ้น ควรจะพัก
จนอาการดีขึ้น หากพักเกินสองสัปดาห์เวลาเริ่มออกกำลังกายควรจะเริ่มเบาๆก่อน และหากท่านเป็นโรคเรื้อรังควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย


จริงหรือไม่ที่การออกกำลังกายโดยการเดินดีพอพอกับการวิ่ง

         การเริ่มต้นออกกำลังควรใช้วิธีเดิน เนื่องจากจะไม่เหนื่อยมาก ปวดข้อไม่มาก และลดน้ำหนักได้ ส่วนการวิ่งจะเป็นการออกกำลังที่คุณเตรียมร่างกายไว้พร้อม เพราะการวิ่งจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ทำให้เหนื่อย มีการปวดข้อ ดังนั้นการออกกำลังโดยการเดินเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มออกกำลัง คนอ้วน คนที่มีโรคประจำตัว แต่สำหรับการวิ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีโรค และต้องการความฟิต

คนท้องควรจะออกกำลังหรือไม่

คนท้องควรออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ออกกำลังกายแบบเบาๆโดยการเดิน ไม่ควรจะวิ่ง ไม่ควรยกของหนัก รายละเอียดอ่าน การออกกำลังในคนท้อง


จะรู้ได้อย่างไรว่าออกกำลังมากไป

         ท่านสามารถสังเกตขณะออกกำลังกายว่ามากไปหรือไม่ โดยสังเกตอาการดังต่อไปนี้
  • หัวใจเต้นเร็วมากจนรู้สึกเหนื่อย
  • หายใจเหนื่อยจนพูดไม่เป็นประโยค
  • เหนื่อยจนเป็นลม
  • มีอาการปวดข้อหลังจากการออกกำลังกาย

การรักษาน้ำหนัก

การรักษาน้ำหนัก

         อาหารที่เรารับประทานเข้าไป จะใช้เป็นพลังงานในการดำเนินชีวิต เช่นใช้หล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ใช้ในการเดิน การหายใจ การทำงาน แต่ถ้าหากเรารับประทานอาหาร ที่มีพลังงานมากกว่า ที่เราใช้ส่วนเกินของพลังงาน จะสะสมในรูปไขมัน ผลทำให้น้ำหนักท่านเพิ่ม
         ท่านผู้อ่านควรที่จะรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกต ิคือดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 20-20 กก./ตารางเมตร หากต่ำกว่านี้ร่างกายอาจจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หากมากกว่านี้อาจจะทำให้เกิดโรคต่างๆเช่น โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง

โรคอ้วนทำให้เกิดโรคอะไร

         คนอ้วนมักจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรค ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนั้นโรคอ้วนยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด

การลดน้ำหนัก

วิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการลดพลังงานจากอาหาร และการออกกำลังกายหรืออาจจะทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน
  1. ลดพลังงานจากอาหาร
  • รับประทานอาหารพวกผักผลไม้ให้มาก ไม่ปรุงอาหารด้วยไขมัน
  • ลดอาหารไขมัน เช่นอาหารทอด ผัด เช่นปาท่องโก๋ กล้วยทอด ไก่ทอด ฟิซซ่า โรตี กะทิ
  • ดื่มนมพร่องมันเนย งดเนย
  • ลดการบริโภคน้ำตาล ของหวาน
  • ลดสุรา
  1. การออกกำลังกาย
  • ใช้การเดินแทนการนั่งรถ
  • ใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์
  • ไปเล่นกับลูก ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

อาหารเพื่อ"สุขภาพ"

อาหารเพื่อสุขภาพ

หมายถึงอาหารที่เมื่อรับเข้าไปแล้วน้ำหนักจะต้องอยู่ในเกฑ์ปรกติ ไม่เป็นโรคเรื้อรัง โดยการเพิ่มอาหารผักและผลไม้ ลดเกลือ ลดน้ำตาล ลดไขมัน

อาหารสุขภาพ

องค์การอนามัยโรคได้นิยามเรื่องอาหารสุขภาพว่า การรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ ร่วมกับการไม่ออกกำลังกายจะเป็นบ่อเกิดโรคเรื้อรัง องค์การอนามัยโลกได้แนะนำอาหารสุขภาพดังนี้
  • รับประทานอาหารที่สมดุลและมีน้ำหนักที่ปรกติ
  • ให้ลดอาหารไขมัน และหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว Saturated fat,Transfatty acid
  • ให้รับประทานอาหารพวกผัก ผลไม้ ธัญพืขเพิ่มมากขึ้น
  • ลดอาหารที่มีน้ำตาล
  • ลดอาหารเค็ม
สำหรับ National Health Service (NHS)ของประเทศอังกฤษได้นิยามอาหารสุขภาพไว้ว่า มีสองปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงได้แก่
  • รับประทานอาหารที่ให้พลังงานสมดุลกับพลังงานที่ใช้
  • รับประทานอาหารที่มีความหลากหลาย
NHSจึงได้กำหนดแนวทางอาหารสุขภาพไว้ดังนี้
  • ทุกท่านต้องรู้จักจานอาหารสุขภาพซึ่งมีอาหารทั้งหมด 5 หมู่
  • ในจานอาหารสุขภาพจะบอกเราว่าควรจะรับประทานอาหารให้มีสัดส่วนอย่างไร
สำหรับสมาคมโรคหัวใจประเทศอเมริกาได้กำหนดอาหารสุขภาพไว้ดังนี้
  1. รับประทานผักและผลไม้เพิ่มโดยตั้งเป้าให้รับผักและผลไม้วันละ 4-5ส่วนทุกวัน
  2. ให้รับประทานธัญพืชเพิ่มEat more whole-grain foods.เนื่องจากผักและผลไม้มีไขมันต่ำ ใยอาหารสูงได้แก่  Whole-grain foods include whole-wheat bread, rye bread, brown rice and whole-grain cereal.
  3. ให้ใช้น้ำมัน olive, canola, corn or safflower oil สำหรับปรุงอาหารและจำกัดจำนวนที่ใช้ 
  4. รับประทานไก่ ปลา ถั่วมากกว่าเนื้อแดง เนื่องจากไก่ที่ไม่มีหนัง ปลา ถั่วจะมีปริมาณไขมันน้อยกว่าเนื้อแดง.
  5. อ่านฉลากก่อนซื้อหรือรับประทานทุกครั้งเพื่อเลือกอาหารที่มีคุณภาพ
หลักการง่ายๆที่จะทำให้เราได้รับอาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารจานสุขภาพ

ชนิดของอาหาร และสัดส่วนของอาหารที่ควรจะรับประทานทุกเพศ ทุกวัย ทุกน้ำหนัก อ่านที่นี่

รับประทานผักและผลไม้ให้มาก

ให้รับประทานผัก และผลไม้ห้าส่วนทุกวันโดยการสลับผักและผลไม้ อ่านที่นี่

รับประทานปลาให้มาก

เนื้อปลาจะให้โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญ ควรจะรับประทานอย่างน้อยสองส่วนต่อสัปดาห์ ปลาที่ควรจะรับประทานควรจะเป็นประเภทปลาที่มีมันสูง รับประทานปลา

ลดทั้งน้ำตาลและไขมัน

ไขมันจากสัตว์ หรือไขมันจากพืชบางชนิด มีไขมันอิ่มตัวหรือไขมัน Trans fat ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพต้องหลีกเลี่ยง ลดอาหารไขมัน ลดน้ำตาล

รับประทานเกลือให้น้อย

การรับประทานเกลือมาก นอกจากจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงแล้ว ยังทำให้เกิดโรคมะเร็ง กระดูกพรุน เกี่ยวกับเกลือเกลือและสุขภาพอ่านที่นี่

ฉลาดเลือกรับประทานอาหารแป้ง

อาหารแป้งเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงาน การเลือกอาหารแป้งที่มีใยอาหารจะช่วยลดโรคเรื้อรัง อ่านอาหารประเภทแป้ง
เรื่องที่ควรจะต้องรู้เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารสุขภาพ
อาหารต้านโรค อาหารที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจ ถั่วเหลือง อาหารสำหรับโรคไต อื่นๆอีกมากมาย อาหารเพื่อสุขภาพ
อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
ร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำประมาณร้อยละ40 เสียน้ำประมาณวันละ 2.5ลิตร ดังนั้นแต่ละวันเราจะต้องได้รับน้ำอย่างน้อยวันละ 2.5 ลิตร อ่านการดื่มน้ำ
อาหารเช้าเป็นอาหารที่มีความสำคัญ
ช่วงที่เราหลับสมองจะได้รับอาหารจากที่สะสม หลังจากตื่นสมองควรจะได้รับอาหารที่เรารับประทาน การรับประทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี อ่านการรับประทานอาหารเช้า
เข้าใจเรื่องแคลรอรี่
เป็นหน่วยวัดพลังงาน อาหารสำเร็จรูปทั้งหลาย จะมีรายละเอียดของปริมาณพลังงาน ของอาหาร ที่รับประทานเข้าไปอ่านพลังงานที่นี่
มาลดน้ำหนักกันเถอะ
น้ำหนักที่เกินจะทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคอ้วน
ฉลากอาหาร
หมายถึงการที่ผิวหนังเกิดการอักเสบ จากสิ่งที่มาสัมผัสผิวหนัง มีด้วยกันสองรูปแบบ อ่านเรื่องชนิดของการแพ้ อาการ และการรักษา อ่านที่นี่
รับประทานอาหารนอกบ้าน
ท่านที่ห่วงสุขภาพเมื่อต้องไปรับประทานอาหารนอกบ้าน จะมีปัญหาเรื่องไม่สามารถที่จะเลือกอาหารเองได้ได้ หรืออาจจะเผลอตัว อ่านแนวทางที่จะรับประทานอาหารนอกบ้าน รับประทานอาหารนอกบ้าน
อาหารปลอดภัย
อาหารปลอดภัยคงจะต้องเริ่มต้น ตั้งแต่การเลือกซื้ออาหารอย่างฉลาดซื้อ การเก็บอาหาร การปรุงอาหาร การรับประทานอาหาร และสุขอนามัย อ่านปรุงอาหารอย่างปลอดภัย
การดื่มสุรา
สุราหากดื่มมากจะทำให้เกิดโรคตับ เกิดอุบัติเหตุ ความดันโลหิตสูง แต่หากดื่มพอประมาณจะลดการเกิดโรคหัวใจ อ่านการดื่มสุรา
อาหารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง
ท่านเชื่อหรือไม่อาหารที่เรารับประทานอยู่ทุกวัน หากรับประทานมากจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง อ่านอาหารทำให้เกิดมะเร็ง
การออกกำลังกาย
ลำพังอาหารสุขภาพอย่างเดียว อาจจะไม่สามารถลดน้ำหนัก การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยลดน้ำหนัก ยังช่วยลดการเกิดโรคเรื้องรัง การออกกำลังกาย

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่องของ "สุขภาพ"

สุขภาพ

          สุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา สุขภาพดีเป็นสิ่งพรหมลิขิตให้แต่ไม่ทั้งหมด หลายคนไขว่ขว้าหาสุขภาพดี ใช้เงินใช้ทองซื้อทำสปา เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก ซื้ออาหารลดน้ำหนักมารับประทาน การมีสุขภาพที่ดีต้องอาศัยตัวเองดูแลสุขภาพ ให้เวลากับตัวเองเพียงวันละ 1 ชั่วโมงในการออกกำลังกาย อีก 7 ชั่วโมงในการนอนหลับ และรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ
ธรรมชาติคงไม่ให้สุขภาพที่ดีแด่คนที่ชอบทำร้ายตัวเองอยู่เรื่อย แม้ว่าจะทราบแล้วว่าสิ่งนั้นไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ สุขภาพไม่สามารถซื้อด้วยเงิน ถึงแม้คุณจะรวยเป็นมหาเศรษฐีหากคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดี เงินที่มีอยู่เพียงบรรเทาอาการเท่านั้น
          หลายท่านคิดว่าการออกกำลังกายเสียเวลา ท่านลองจิตนาการ ถึงภาระงานที่ท่านรับผิดชอบ ในแต่ละวันว่ามีมากน้อยเพียงใด หากท่านไม่ดูแลตัวเองและเกิดโชคร้ายท่านเป็นโรคอัมพาตหรือโรคหัวใจ ภาระที่ท่านว่ามากมายจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ภาระเหล่านั้นใครจะเป็นคนดูแล และหากโชคร้ายถึงขั้นช่วยตัวเองไม่ได้ ใครจะมาเป็นคนดูแลท่าน ท่านเพียงเสียเวลาวันละประมาณ 1 ชั่วโมง หรือท่านอาจจะใช้เวลาในการดูทีว ีและออกกำลังกายไปด้วยกันซึ่งก็จะทำให้ท่านมีสุขภาพที่ดีขึ้น
          หลายท่านเชื่อว่า คนผอมเท่านั้นที่มีสุขภาพดี จึงทำการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเป็นการใหญ่เพื่อให้น้ำหนักได้มาตรฐาน แต่การลดน้ำหนักอาจจะเป็นเรื่องลำบาก และการอดอาหารเป็นเวลานานๆอาจจะมีอันตรายต่อสุขภาพ จึงอยากให้ท่านผู้อ่านได้เปลี่ยนมุมมองใหม่
การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่หมายถึงการที่เราดูแลตัวเองอย่าถูกต้องตั้งแต่เรื่อง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การป้องกันโรค การลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ร่างกายเรากระปี้กระเปร่าพร้อมที่จะดำเนินชีวิตประจำวัน เนื้อหาที่จะกล่าวจะเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของท่าน
          การปฏิบัติตามแนวทางไม่ได้ต้องการให้ท่านมีอายุยาวหมื่นๆปีแต่ต้องการให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย สามารถหลีกเลี่ยงโรคที่ป้องกันได้ อายุยืนยาวขึ้น  การที่จะมีสุขภาพที่ดีต้องประกอบไปด้วยการดูแลดังต่อไปนี้