Golden Dreams TMS&Herb

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กลุ่มยาถ่าย -สมอไทย

สมอไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Terminalia chebula  Retz. var. chebula
ชื่อสามัญ  Myrabolan Wood
วงศ์  COMBRETACEAE
ชื่ออื่น :  มาแน่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) สมออัพยา (ภาคกลาง) หมากแน่ะ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 20-35 เมตร เปลือกต้นขรุขระ ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้ามหรืเกือบตรงข้าม รูปวงรี กว้าง 6-10 ซม. ยาว 8-15 ซม. ดอก ช่อ ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด รูปวงรี มีสัน 5 สัน
ส่วนที่ใช้
ผลอ่อน  ผลแก่  ผล  ใบ
สรรพคุณ :
  • ผลอ่อน  -  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ถ่ายเสมหะ ลดไข้ ขับลมในลำไส้
  • ผลแก่มีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องเดิน
  • ผลใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง มี Tannin มาก ใช้ทำหมึก
  • ใบเป็นยาสมานแผล เป็นยาบำรุงถุงน้ำดี
วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้ผลอ่อน 5-6 ผล หรือ 30 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย รับประทานครั้งเดียว จะถ่ายหลังให้ยาประมาณ 2 ชั่วโมง

กลุ่มยาถ่าย -ส้มเช้า

ส้มเช้า
ชื่อวิทยาศาสตร์  Euphorbia neriifolia  L. (E. ligularia  Roxb.)
ชื่อสามัญ  -
วงศ์  Euphorbiaceae
ชื่ออื่น :  -
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีหนามแข็งตามมุม เรียงเป็นแถวตามยาว มีน้ำยางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอกช่อ รูปถ้วย ออกตามกิ่งก้าน ใบประดับสีเหลือง ดูคล้ายกลีบดอก ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง
ส่วนที่ใช้ :
ใบ  ยาง 
สรรพคุณ :
  • ใบ  -  โขลกตำพอก ปิดฝี แก้ปวด ถอนพิษดี
  • ยาง
    เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับพยาธิ แก้จุก แก้บวม
    ทำให้อาเจียน เบื่อปลาเป็นพิษ
    แก้ท้องมาน พุงโร ม้ามย้อย
    แก้ไข้จับสั่นเรื้อรัง ขับน้ำย่อยอาหาร

กลุ่มยาถ่าย -ว่านหางช้าง (ว่านแม่ยับ)

ว่านหางช้าง (ว่านแม่ยับ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Belamcanda chinensis  (L.) DC.
ชื่อสามัญ Black Berry Lily, Leopard Flower
วงศ์   IRIDACEAE
ชื่ออื่น :  ว่านมีดยับ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูง 0.6 - 1.2 เมตร มีเหง้าเลื้อยตามแนวขนานกับพื้นดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า เรียงซ้อนสลับ กว้าง 2 - 3 ซม. ยาว 30 - 45 ซม. เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด กลีบดอกสีส้มมีจุดประสีแดงกระจาย ผลแห้ง เมื่อแก่จะแตกอ้า และกระดกกลับไปด้านหลัง
ส่วนที่ใช้
ราก เหง้าสด ใบ เนื้อในลำต้น
สรรพคุณ :
  • ราก เหง้าสด  - แก้เจ็บคอ  
  • ใบเป็นยาระบายอุจจาระและแก้ระดูพิการของสตรีได้ดี
  • เนื้อในลำต้น 
    เป็นยาบำรุงธาตุ แก้โรคระดูพิการของสตรี
    -
      ใช้บำบัดโรคต่อมทอนซิลอักเสบ
    -
      ใช้เป็นยาถ่าย
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
  • แก้เจ็บคอ
    ใช้ราก หรือเหง้าสด 5-10 กรัม แห้ง 3-6 กรัม ต้มน้ำรับประทาน
  • เป็นยาระบาย และแก้ระดูพิการของสตรี
    ใช้ใบ 3 ใบ ปรุงในยาต้ม
ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับทางด้านความเชื่อ
          มีความเชื่อกันว่าเป็นว่านมหาคุณ ปลูกไว้หน้าบ้านกันภัยอันตรายต่างๆ เพราะสามารถนำว่านนี้มาใช้ประโยชน์ทางไสยคุณได้ เช่น
  • ดอก  - ใช้แก้ไสยคุณที่เกิดจากการกระทำจากผม
  • ใบ - ใช้แก้ไสยคุณที่เกิดจากการกระทำจาก เนื้อ
ต้น - ใช้แก้ไสยคุณที่เกิดจากการกระทำจาก กระดูก
ในภาคอีสาน นิยมปลูกเป็นว่านศิริมงคล แม่บ้านกำลังจะคลอดลูก ใช้ว่านหางช้างนี้พัดโบกที่ท้องเพื่อให้คลอดลูกง่ายขึ้น

กลุ่มยาถ่าย -แมงลัก

แมงลัก
ชื่อวิทยาศาสตร์   Ocimum basilicum  L.f. var. citratum Back.
ชื่อสามัญ  Hairy Basil
วงศ์ Apiaceae ( Labiatae )
ชื่ออื่น :   ก้อมก้อขาว มังลัก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซ.ม. แตกกิ่งก้าน ทุกส่วนมีกลิ่นหอม ใบ เดี่ยว สีใบสีนวล ใบมีขนอ่อน ๆ ใบเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ๆ ดอก ช่อ ออกที่ปลายยอด ช่ออาจเป็นช่อเดี่ยว หรือแตกออกเป็นช่อย่อย ๆ ดอกบานจากข้างล่างขึ้นข้างบน กลีบรองดอกจะคงทนและขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเป็นผล กลีบดอกสีขาวแบ่งเป็น 2 ปาก ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จะยื่นยาวกว่ากลีบดอก ดอกย่อยออกโดยรอบก้านช่อเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นมีดอกย่อย 6 ดอก แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 3 ดอก ดอกตรงกลางจะบานก่อน และช่อดอกย่อยที่อยู่ชั้นล่างสุดของก้านช่อดอกจะบานก่อนเช่นกัน ผล 1 ดอกมีผล 4 ผล ขนาดเล็ก คือเมล็ดแมงลัก รูปร่างรูปรีไข่ สีดำ
ส่วนที่ใช้
เมล็ด และใบ
สรรพคุณ :
  • เมล็ด  -  ออกฤทธิ์เป็นยาระบาย โดยการเพิ่มปริมาตรของกากอาหารกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • ใบ -  ใช้ขับลม
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
         
รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา  แช่น้ำให้พอง แล้วดื่มก่อนนอน จะช่วยทำให้ระบาย เป็นยาถ่าย
สารเคมี
:
          เมือกจากเมล็ด พบ D-xylos, D-glucose, D-galactose, D-mannose, L-arabinose, L-rhamnose, uronic acid , oil, polysaccharide และ mucilage
         
ส่วนใบ  พบน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบด้วย borneol L-B-cadinene, 1-8-cineol, B-caryophyllene, eugenol

กลุ่มยาถ่าย -มะขามแขก

มะขามแขก
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Senna alexandrina P. Miller
ชื่อสามัญ  Alexandria senna, Alexandrian senna Indian senna
วงศ์  Fabaceae (Leguminosae-Caesalpinioideae)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 0.5 – 1.5 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรีหรือรูปใบหอก กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 2.5-3.5 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน รูปขอบขนาน
ส่วนที่ใช้
ใบแห้ง และฝักแห้ง ช่วงอายุ 1 เดือนครึ่ง (หรือก่อนออกดอก)
สรรพคุณ :
  • ใบและฝัก  -  ใช้เป็นยาถ่ายที่ดี ใบไซ้ท้องมากกว่าฝัก  
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
         
ใบมะขามแขกหนัก 2 กรัม หรือ 2 หยิบมือ หรือใช้ฝัก 10-15 ฝัก ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว 5 นาที ใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อกลบรสเฝื่อน รับประทานครั้งเดียว หรือ ใช้วิธีบดใบแห้ง เป็นผงชงน้ำดื่ม บางคนดื่มแล้วเกิดอาการไซ้ท้อง แก้ไขโดย ต้มรวมกับยาขับลมจำนวนเล็กน้อย (เช่น กระวาน กานพลู อบเชย)  เพื่อแต่งรสและบรรเทาอาการไซ้ท้อง
         
มะขามแขก เหมาะกับคนสูงอายุ ที่ท้องผูกเป็นประจำแต่ควรใช้เป็นครั้งคราว
ข้อห้าม :  ผู้หญิงมีครรภ์ หรือ มีประจำเดือน ห้ามรับประทาน
สารเคมี :  ใบและฝักพบสารประกอบพวก anthraquinones เช่น sennoside A.B.C.D. aloe emodin , emodin , rhein  , physcion , และสาร anthrones dianthrones

กลุ่มยาถ่าย -ผักกาดขาว

ผักกาดขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์  Brassica chinensis  (L.) Jusl.
ชื่อสามัญ  Chinese White Cabbage
วงศ์  Brassicaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชอายุปีเดียว มีระบบรากตื้น ใบมีลักษณะห่อปลียาวหรืออาจห่อหลวมๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ใบมีสีขาวถึงสีเขียวอ่อน เป็นพืชวันยาวดอกมีสีเหลืองยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผักกาดขาวส่วนใหญ่มีการผสมข้ามโดยแมลงและผึ้ง
ส่วนที่ใช้ :
ราก ต้น
สรรพคุณ แก้หวัด  แก้ท้องผูก แก้ผิวหนังอักเสบจากการแพ้
วิธีใช้และปริมาณการใช้ :
  • ราก -  แก้หวัด แก้ท้องผูก ใช้รากผักกาดขาว 1 กำมือ ต้มน้ำดื่ม
  • ต้น -  แก้พิษจากรับประทานมันสำปะหลังดิบ ใช้ต้น ต้มน้ำดื่ม
         -  
    ผิวหนังอักเสบ จากการแพ้ ใช้ผักกาดขาวสด ตำพอก

กลุ่มยาถ่าย -บานเย็นดอกขาว

บานเย็นดอกขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์  Mirabilis jalapa  L.
ชื่อสามัญ  Marvel of peru , Four-o’clocks
วงศ์  Nyctaginaceae
ชื่ออื่น :  จันยาม  จำยาม  ตามยาม  ตีต้าเช่า (จีน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีเง้า สูง 1-1.5 ม. ลำต้นมีสีแดง มีนวลเล็กน้อย ใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม มีขนประปราย กว้าง 2-9 ซม. ยาว 5-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนตัดหรือรูปหัวใจ ก้านใบยาว 1-4 ซม. กลีบประดับรูประฆัง ติดที่ฐาน ยาว 1-1.5 ซม. ดอกเกือบไร้ก้าน มี 4-5 ดอกในแต่ละช่อ บานตอนบ่ายๆ จนถึงตอนเช้า วงกลีบสีชมพู ม่วง ขาว เหลือง หรือด่าง ยาวประมาณ 3-6 ซม. ปากกลีบมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 2.5-3 ซม. เกศรเพศผู้ 5 อัน ยื่นออกยาวประมาณ 1 ซม. ก้านเกสรสีแดง อับเรณูทรงกลม รังไข่รูปรี ก้านเกศรเพศเมียยาวเท่าๆ เกสรเพศผู้ สีแดง ปลายเกสรเป็นตุ่ม เป็นพูตื้นๆ ผลรูปกลมรี สีดำ ขนาดประมาณ ยาว 0.5-0.9 ซม. เปลือกบาง มี 5 สัน เมล็ดกลม ขนาดประมาณ 0.7 ซม. บานเย็นมีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรู มีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป โดยเฉพาะดอกสีชมพู บางครั้งขึ้นเป็นวัชพืช
ส่วนที่ใช้ :  
ราก ใบ หัว
สรรพคุณ :
  • ราก -  มี alkaloid trigonelline  ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย
  • ใบ -  ตำทาแก้คัน และ พอกฝี
  • หัว -  รับประทานจะทำให้หนังชาอยู่คงกะพันเฆี่ยนตีไม่แตกกลับทำให้รู้สึกคัน
        -  
    รับประทานเป็นยาขับเหงื่อ แก้ไข้ ระงับความร้อน