Golden Dreams TMS&Herb

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

กลุ่มยาขับประจำเดือน -ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma xanthorrhiza  Roxb.
วงศ์  ZINGIBERACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร หัวใต้ดินขนาดใหญ่ อาจยาวถึง 10 ซม. เนื้อสีส้มถึงสีส้มแดง ใบเดี่ยว เรียงสลับ ออกเป็นกระจุกเหนือดิน รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมใบหอกกว้าง 15 - 20 ซม. ยาว 40 - 90 ซม. มีแถบสีม่วงกว้างได้ถึง 10 ซม. บริเวณกลางใบ ดอกช่อเชิงลด ออกที่บริเวณกาบใบ ก้านดอกยาว 15 - 20 ซม. กลีบดอกสีแดงอ่อน ใบประดับสีม่วง เกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน แปรรูปคล้ายกลีบดอกสีเหลือง ผลแห้ง แตกได้
ส่วนที่ใช้
เหง้า ราก
สรรพคุณ
:
  • ราก - แก้ท้องอืดเฟ้อ
  • เหง้า
    - เป็นยาบีบมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วหลังจากการคลอดบุตร ทำให้ประจำเดือนมาปกติ ขับประจำเดือนในกรณีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ รักษาโรคมดลูกพิการปวดบวม
    - แก้ปวดมดลูก
    - แก้ริดสีดวงทวาร
    - แก้ไส้เลื่อน
    - ขับเลือด ขับลม ขับน้ำคาวปลา แก้โรคลม
    - รักษาอาการอาหารไม่ย่อย

กลุ่มยาขับประจำเดือน -ฝ้ายตุ่น

ฝ้ายตุ่น

ชื่อวิทยาศาสตร์ Gossypium herbaceum  L.
ชื่อสามัญ  White cotton
วงศ์  MALVACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม ลำต้น มีสีน้ำตาลแดงอาจเป็นเหลี่ยม ใบ เดี่ยว รูปไข่กว้าง ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก 3-5 หยัก ฐานใบเป็นรูปหัวใจ ก้านใบค่อนข้างยาว ดอก เดี่ยว มีใบประดับ 5 กลีบติดกัน กลีบดอกสีเหลือง ผล กลมปลายยาวแหลม เมล็ด รูปไข่ มีขนสีขาวยาว 3.7-5 เซนติเมตร รอบๆ
ส่วนที่ใช้ :
 เปลือกต้น ราก
สรรพคุณ : เปลือกต้น ราก  -   ปรุงรับประทานเป็นยาขับโลหิตระดู ทำให้มดลูกบีบตัวอย่างแรง อาจทำให้เกิดการแท้งบุตรได้ง่าย
รับประทานเป็นยาต้ม 1 ใน 5 หรือน้ำยาสกัดและทิงเจอร์ (1ใน 4) ครั้งละ 2-4 ซีซี.

กลุ่มยาขับประจำเดือน -เจตมูลเพลิงแดง

เจตมูลเพลิงแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Plumbago indica  L.
วงศ์  PLUMBAGINACEAE
ชื่ออื่น :  คุยวู่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)  ตั้งชู้โว้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ปิดปิวแดง (ภาคเหนือ) ไฟใต้ดิน (ภาคใต้)  อุบะกูจ๊ะ (มลายู-ปัตตานี)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-2 เมตร กิ่งก้านมักทอดยาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่ ยาว 3-13 ซม. โคนใบมนหรือกลม ปลายใบแหลม ใบบาง ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจะเชิงลด ยาว 20-90 ซม. ก้านช่อดอกยาว 1-3 ซม. มีดอกจำนวนมาก ใบประดับและใบประดับย่อยรูปไข่ขนาดเล็ก ยาว 0.2-0.3 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปใบหอก ยาว 0.8-0.9 ซม. มีต่อมทั่วไป ดอกสีแดงหรือม่วง หลอดกลีบดอกยาว 2-2.5 ซม. ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2 ซม. ปลายกลีบกลม เป็นติ่งหนามตอนปลาย เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดตรงข้ามกลีบดอก อับเรณูยาวประมาณ 2 มม. รังไข่รูปรี ก้านเกสรเพศเมียมีหลายขนาด มีขนยาวที่โคน
ส่วนที่ใช้
ราก
สรรพคุณ
: เป็นยาขมเจริญอาหาร แก้ธาตุพิการ เป็นยาบำรุง เป็นยาขับประจำเดือน เป็นยาฆ่าเชื้อโรค
วิธีใช้
  • เป็นยาขมเจริญอาหารใช้รากแห้งผสมกับ ผลสมอพิเภก ดีปลี ขิง  อย่างละเท่าๆ กัน บดเป็นผงรวมกัน รับประทานกับน้ำร้อน ครั้งละ 2.5 กรัม ประมาณ 1 ช้อนแกง
    ข้อควรระวัง - สตรีที่ตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ยานี้
  • เป็นยาขับประจำเดือนใช้รากแห้ง 1-2 กรัม ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว

กลุ่มยาขับประจำเดือน -เจตมูลเพลิงขาว

เจตมูลเพลิงขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Plumbago zeylanica  L.
ชื่อสามัญ  
วงศ์ PLUMBAGINACEAE
ชื่ออื่น :  ตอชุวา, ตั้งชูอ้วย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)  ปิดปิวขาว (ภาคเหนือ)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 1-3 เมตร กิ่งก้านมักทอดยาว ใบรูปไข่ ยาว 3-13 ซม. ปลายใบแหลมยาว ตอนปลายเป็นติ่ง โคนในรูปลิ่มหรือมน ใบบาง ช่อดอกแบบช่อกระจะเชิงลด ดอกจำนวนมาก แกนกลางและก้านช่อดอกมีต่อมไร้ก้าน (เจตมูลเพลิงแดงไม่มี) ช่อดอกยาวได้ประมาณ 15 ซม. ก้านช่อยาว 1.5-2 ซม. ใบประดับรูปไข่ ยาว 0.4-0.8 ซม. ใบประดับย่อยรูปแถบ ยาวประมาณ 0.2 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ยาวประมาณ 1 ซม. มีต่อมหนาแน่น กลีบดอกสีขาวหรือสีฟ้าอ่อน หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ยาวประมาณ 0.7 ซม. ปลายแหลมหรือเป็นติ่ง อับเรณูสีน้ำเงิน ยาวประมาณ 0.2 ซม. รังไข่รูปรี เป็น 5 เหลี่ยม ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ผลแบบแคปซูล
ส่วนที่ใช้ :  ราก ต้น ใบ
สรรพคุณ :
  • ราก  -  เป็นยารักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อนและผื่นคัน ขับพยาธิ แก้ปวดข้อ ขับประจำเดือน ขับลมลำไส้ แก้อาการหาวเรอ
  • ต้น - เป็นยาขับระดู
  • ใบ - แก้ฟกช้ำ ฝีบวม มาเลเรีย
ข้อห้ามใช้ : ห้ามใช้ในหญิงท้อง จะทำให้แท้งได้ เพราะมีฤทธิ์ร้อนและบีบมดลูกเหมือนรากเจตมูลเพลิงแดง (Plumbago indica L.) แต่ฤทธิ์อ่อนกว่า
ข้อควรระวัง  : เมื่อทาเจตมูลเพลิงขาวแล้ว ให้สังเกตว่าโรคผิวหนังอาการดีขึ้นหรือไม่ ถ้ามีอาการปพุพองมากขึ้นให้รีบหยุดยา เพราะยาตัวนี้ ถ้าใช้มากจะทำให้เป็นแผลพุพองได้
ตำรับยาและวิธีใช้
  • ปวดข้อหรือเคล็ดขัดยอก
    ใช้รากแห้ง 1.5-3 กรัม ต้มน้ำหรือแช่เหล้า รับประทานครั้งละ 5 ซี.ซี. วันละ 2 ครั้ง
  • ขับประจำเดือน
    ใช้รากแห้ง 30 กรัม และเนื้อหมูแดง 60 กรัม ต้มน้ำดื่ม
  • แก้กลากเกลื้อน
    ใช้รากสด 1-2 ราก ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำหรือเหล้าหรือน้ำมันพืชเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็ฯ
  • แก้ไข้มาเลเรีย
    ใช้ใบสด 7-8 ใบ ตำละเอียด พอกบริเวณชีพจรตรงข้อมือ 2 ข้าง ก่อนจะเกิดอาการ 2 ชั่วโมง (พอกจนกระทั่งบริเวณที่พอกรู้สึกเย็นจึงเอาออก)
  • ฝีคัณฑสูตร ฝีบวม เต้านมอักเสบ ไฟลามทุ่ง
    ใช้ใบสดพอประมาณ ตำให้ละเอียด ใช้ผ้าก๊อส 2 ชั้นห่อพอกบริเวณที่เป็นจนกระทั่งหาย
  • ฟกช้ำ ใช้ใบสด 1 กำมือ ตำให้ละเอียด ใส่เหล้าเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็น
  • สารเคมี  ราก มี plumbagin 3.3-bilumbagin, 3-chloroplumbagin

กลุ่มยาขับประจำเดือน -คัดเค้า (คัดเค้าเครือ)

คัดเค้า (คัดเค้าเครือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Oxyceros horridus Lour.  (Randia siamensis  Craib)
วงศ์  RUBIACEAE
ชื่ออื่น :  เขี้ยวกระจับ (ภาคใต้) คัดเค้า (เหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ) คัดเค้าเครือ (นครราชสีมา) คัดเค้าหนาม (ชัยภูมิ) เค็ดเค้า (ภาคเหนือ)  จีเค๊า พญาเท้าเอว (กาญจนบุรี)  หนามลิดเค้า (เชียงใหม่)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ครึ่งพุ่งครึ่งเลื้อย มักทอดกิ่งยาว กลายเป็นลำเถาได้ง่าย มีหนามแหลมโค้งงอกลงมาคล้ายเขาควายเป็นคู่ อยู่ระหว่างคู่ใบ ตัวใบเป็นสีเขียวแก่ด้านๆ ดอกสีขาว หอมแรงมากส่งกลิ่นเวลาเย็นตลอดไปจนกลางคืน ดอก ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่งเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 1.5 ซม.โคนคอดเป็นหลอดปลายแยก 5 กลีบ ดอกที่เริ่มบานสีขาวนวล แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลในวันต่อ
ส่วนที่ใช้
ผล
สรรพคุณ ใช้เป็นยาขับประจำเดือน
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
ใช้ผล 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ขับประจำเดือน

กลุ่มยาขับประจำเดือน -แก้ว

แก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Murraya paniculata  (L.) Jack.
ชื่อสามัญ  Andaman satin wood, Chinese box tree, Orange jasmine
วงศ์  RUTACEAE
ชื่ออื่น :  กะมูนิง (มลายู-ปัตตานี) แก้วขาว (ภาคกลาง) แก้วขี้ไก่ (ยะลา) แก้วพริก ตะไหลแก้ว (ภาคเหนือ) แก้วลาย (สระบุรี) จ๊าพริก (ลำปาง)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบ เป็นใบประกอบ ผิวใบมันเข้ม และเป็นมันทั้งสองด้าน ดอก ช่อ ออกเป็นกระจุก สีขาว ร่วงง่าย มีกลิ่นหอมมาก ผล สดกลมรี หรือรูปไข่ ปลายสอบเล็กน้อย ที่เปลือกมีต่อมน้ำมันเห็นได้ชัด กว้าง 5-8 มม. ยาว 0.8-1 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีส้มแดง เมล็ดรูปไข่ปลายสอบ มีขนสั้นๆ อยู่รอบเมล็ด กว้าง 4-6 มม. ยาว 6-9 มม. สีขาวขุ่น มีจำนวน 1-2 เมล็ดต่อผล
ส่วนที่ใช้ :  
ราก ใบ
สรรพคุณ :  เป็นยาขับประจำเดือน
วิธีและปริมาณที่ใช้
:           ใช้รากแห้ง 10-15 กรัม (สด 30-60 กรัม) ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

กลุ่มยาขับประจำเดือน -กระบือเจ็ดตัว

กระบือเจ็ดตัว
ชื่อวิทยาศาสตร์  Excoecaria cochinchinensis  Lour. var.cochinchinensis
วงศ์ EUPHORBIACEAE
ชื่ออื่น กำลังกระบือ, ลิ้นกระบือ (ภาคกลาง)  ใบท้องแดง (จันทบุรี)
ส่วนที่ใช้ :
 ใบ ยางจากต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 1.5 ม. มียางขาว ใบเดี่ยว มีทั้งเรียงตรงข้ามและเรียงสลับ รูปรี รูปไข่ หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 4-12 ซม. ปลายแหลม โคนสอบ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีม่วงแดงหรือม่วงน้ำตาล เส้นแขนงใบข้างละ 7-12 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1.5 ซม. ดอกแยกเพศ อยู่ต่างต้น ออกตามง่ามใบ ข้างใบ หรือปลายยอด ยาว 1-2 ซม. ช่อดอกเพศผู้มีดอกเล็กๆ จำนวนมาก โคนก้านดอกมีใบประดับเล็กๆ ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยง 3 กลีบ เล็กมาก เกสรเพศผู้เล็กมาก มี 3 อัน ช่อดอกเพศเมียสั้นกว่าช่อดอกเพศผู้และมีดอกเล็กๆ 3-6 ดอก ก้านดอกยาว 2-5 มม. โคนก้านดอกมีใบประดับเล็กๆ และมีต่อมเล็กๆ สีเหลือง กลีบเลี้ยงเล็ก มี 3 กลีบ รูปไข่ รังไข่เล็ก สีเขียวอมชมพู มี 3 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียมี 3 อัน ผลเล็ก ค่อนข้างกลม มี 3 พู
สรรพคุณ :
  • ใบ  -   ขับน้ำคาวปลาหลังคลอด เป็นยาขับเลือดเน่าสำหรับสตรีในเรือนไฟ
  • ยางจากต้น - เป็นพิษ ใช้เบื่อปลา
วิธีใช้ :  นำใบมาตำกับสุรา คั้นเอาน้ำรับประทาน